Thai | English
    บริการด้านบัญชีและภาษีอากร
    บริการนอกสถานที่
    บริการที่ปรึกษาธุรกิจวางแผนภาษีอากร
    บริการ Tax Agent
    งานจดทะเบียน
    จัดอบรมสัมนา
    ตัวแทนจำหน่ายโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป
    บริการอื่นๆ
    บทความ
    ความรู้เกี่ยวกับภาษีอากร
    มาตรฐานการบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชี
    รายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 27
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 44
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,314,343
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
19 กรกฎาคม 2561
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30  31         
             
  ข่าวสาร
แนวปฏิบัติตามประมวลรัษฏากรเกี่ยวกับภาระภาษีการขนส่งระหว่างประเทศ
[11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]จำนวนผู้เข้าชม 4697 คน
    แนวปฏิบัติตามประมวลรัษฏากรเกี่ยวกับภาระภาษีการขนส่งระหว่างประเทศ


1.ปัญหาการ จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสอง
          ธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรมาตรา 77/2 โดยมีมูลค่าฐานภาษีเท่ากับราคาหรือมูลค่าที่ทำการซื้อขายที่ได้รับการปฏิบัติ เช่น เดียวกับสินค้าประเภทอื่นๆ ที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่เนื่องจากรถยนต์มือสองเป็นสินค้าใช้แล้วผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการขายรถยนต์มือสองจะมีการติดต่อซื้อขายกับผู้บริโภคที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นส่วนใหญ่เป็นผลทำให้ผู้ประกอบการไม่มีภาษีซื้อและไม่มีใบกำกับภาษีจากผู้ขายเพื่อใช้ในการเครดิตภาษีซื้อจึงก่อให้เกิดภาวะภาษีแฝงอยู่ในรถยนต์มือสองซึ่งเป็นสินค้าใช้แล้ว  ดังนี้
       
         1. 1    กรณีผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาซึ่งได้ซื้อรถยนต์มาใช้ส่วนตัว หรือเป็นบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อผู้ขายได้ขายสินค้ารถยนต์มือสองให้แก่ผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสองผู้ซื้อก็จะไม่มีภาษีซื้อ เนื่องจากมาตรา 77/1(17)  ให้ความหมายของคำว่า “ภาษีขาย” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้เรียกเก็บหรือพึงเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ  และ “ภาษีซื้อ” หมายความว่า ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเมื่อผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บ ตามมาตรา 82/4 วรรคสี่  ดังนั้น เมื่อผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนจึงไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ภาษีขายจากผู้ซื้อ และเมื่อผู้ประกอบกการได้ขาย รถยนต์มือสองดังกล่าวออกไปก็ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา  82 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นเหตุให้ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีตามจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายรถยนต์มือสองโดย  ไม่มีภาษีซื้อที่จะนำไปหักจากภาษีขายตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
         
         1. 2    กรณีผู้ขายขายสินค้ารถยนต์มือสองให้แก่ผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสองเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อผู้ขายได้ขายสินค้ารถยนต์มือสองให้แก่ผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสอง ผู้ขายก็จะเรียกเก็บภาษีขายจากผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสอง และเมื่อผู้ประกอบการได้ขายรถยนต์มือสองดังกล่าวออกไปก็ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82แห่งประมวลรัษฎากร   เป็นผลทำให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ และชำระเงินภาษีเฉพาะส่วนต่างที่เกิดจากการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม  ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร
        จากข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว เป็นผลทำให้ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการซื้อขายรถยนต์มือสองต้องบิดเบือนรูปแบบของการประกอบกิจการไปจากการประกอบกิจการซื้อขายรถยนต์ ก็อาจบิดเบือนไปอยู่ในรูปแบบของการให้บริการจัดจำหน่ายรถยนต์มือสองแทนเจ้าของรถยนต์เดิมหรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นการซื้อขายรถยนต์แบบ “โอนลอย”โดยผู้ขายรถยนต์มือสองและลงนามในใบโอนรถยนต์ล่วงหน้า เมื่อมีผู้ซื้อรถยนต์ดังกล่าวจึงทำการโอนรถยนต์ขากผู้ขายให้แก่ผู้ซื้อโดยตรงโดยผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสองจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและ เรียกเก็บค่าบริการในรูปตัวแทนหรือนายหน้าเท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการโดยมากมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและแม้จะมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่ต้องเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการก็จะเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนค่าบริการที่ตนเองได้รับ หรืออาจกล่าวได้อย่างชัดเจนว่าคือส่วนต่างระหว่างราคา ที่เจ้าของรถยนต์มือสองผู้ขายต้องการและราคาที่ผู้ซื้อได้ตกลงซื้อขายจริง ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสองไม่จำต้องมีใบกำกับซื้อมาหักจากภาษีขายแต่ประการใด เพราะต้นทุนของรถยนต์มือสองนั้นได้ถูกหักออกไปจากราคาขายในขณะที่มีการตกลงซื้อขายกันไปแล้ว ซึ่งปัญหาดังกล่าวทำให้รัฐเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้องตามระบบเนื่องจากมีราคาขายรถยนต์มือสองที่สูงกว่าผู้ประกอบการที่อยู่นอกระบบ

2.  ข้อเสนอแนะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจรถยนต์มือสอง  
     รถยนต์มือสองควรได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีเฉพาะที่ผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองทำการซื้อจากผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีแนวทางในการจัดเก็บที่เป็นไปได้คือกำหนดให้ผู้ประกอบการธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเฉพาะส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย ไม่อนุญาตให้ขอคืนภาษีซื้อได้ หรือกล่าวได้ว่าเป็นการจัดเก็บจากกำไรส่วนต่าง
( Profit margin ) ของผู้ประกอบการ โดยมีวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม  ดังนี้

 
 ภาษีมูลค่าเพิ่ม     =    ( มูลค่าขาย  – มูลค่าซื้อ )   x   อัตราภาษี
        

     วิธีการตามข้อเสนอแนะนี้ มีลักษณะเช่น เดียวกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากกิจการค้าทองคำรูปพรรณ  ที่ค่าตอบแทนที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับจากการขายทองรูปพรรณไม่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีคือ มูลค่าของทองรูปพรรณที่ขายเป็นจำนวนเท่ากับราคาทองรูปพรรณที่สมาคมผู้ค้าทองคำประกาศรับซื้อคืนในวันที่ขายทองรูปพรรณ ทั้งนี้เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการขายทองรูปพรรณ ซึ่งมีใบอนุญาตค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า ตามมาตรา 79 (4)แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2(14)ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม  (ฉบับ40) กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับค่าตอบแทนจากการขายรถยนต์มือสอง ไม่ต้องนำมูลค่าของรถยนต์มือสองที่ขายเป็นจำนวนเท่ากับอัตราร้อยละ...(คำนวณจากราคาขายหักด้วยอัตรากำไรขั้นต้นจากการประกอบกิจการ) ทั้งนี้ เฉพาะผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีใบอนุญาตค้าของเก่า ตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า ซึ่งจะเป็นการสร้างความเป็นธรรมทางภาษีแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้เสียภาษีเฉพาะส่วนของมูลค่าเพิ่มอย่างแท้จริง

                                                                บทสรุป
              
        การแก้ไขปัญหาการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการซื้อขายรถยนต์มือสอง  ซึ่งเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม มาตรา 77/2   แห่งประมวลรัษฎากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ได้ซื้อรถยนต์มือสองจากผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือบริษัทที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาขายต่อซึ่งผู้ประกอบการในกรณีดังกล่าวจะไม่มีภาษีซื้อที่จะนำมาหักจากภาษีขาย โดยการกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับค่าตอบแทนจากการขายรถยนต์มือสอง ไม่ต้องนำมูลค่าของรถยนต์มือสองที่ขายเป็นจำนวนเท่ากับอัตราร้อยละ...จะส่งผลทำให้ไม่เกิดการบิดเบือนการประกอบกิจการและเป็นการสร้างความสมัครใจในการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งเป็นสร้างความเป็นธรรมในการเสียภาษีได้เป็นอย่างดี




...............................................
แหล่งข้อมูล :: หนังสือสรรพากรสาส์น ฉบับที่ 12 วิเคราะห์รายได้ภาษีสรรพากร
 www.sanpakornsarn.com

[ +zoom ]
ข่าวสาร
- กฎกระทรวง ลดอัตราค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- กิจกรรมเพื่อสังคม ปี2560 [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- ข้อมูลประกอบการประชาพิจารณ์ [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- มาตรการบัญชี เล่มเดียวและการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลส าหรับ SMEs [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเข้าสู่ AEC [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องหลักเกณฑ์การเป็นผู้บังคับหลักประกัน พ.ศ.๒๕๕๘ [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- รวมพลังสร้างความเข้มแข็ง SMEs ไทย ด้วยบัญชีชุดเดียว [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- มาตรการส่งเสริมภาษีเที่ยวทั่วไทย ใช้ใบเสร็จลดหย่อนภาษีได้ [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
- การนำส่งเงินสมทบตามพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ [11 กุมภาพันธ์ 2557 14:46 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป



Copyright © 2009 by www.rpacc.co.th All rights reserved.
Engine by MAKEWEBEASY